[Trans] นิยายรักวัยรุ่น – นากาจิม่า ยูโตะ & ยาบุ โคตะ (Duet 2013.05)

[Trans] นิยายรักวัยรุ่น – นากาจิม่า ยูโตะ & ยาบุ โคตะ (Duet 2013.05)

หาสแกนไม่ได้ เลยให้แอดมินฝ้ายช่วยถ่ายรูปจากในนิตยสารมาให้แทนนะคะ ^-^ 
 

 

 
 
แปลจากญี่ปุ่น >> ไทย โดย วีนัส
นวนิยายสองเรื่องก่อนหน้านี้
 
หมายเหตุ : นวนิยายเรื่องนี้ ตัวไอดอลไม่ได้แต่งเองนะคะ เป็นผลงานการแต่งของนักเขียนคุณฮิซุคิ ยู 
ไอดอล X วัยรุ่น = เรื่องราวที่ทำให้หัวใจเต้นรัวแรง ♥ Vol.12
J.novel ~อีกหนึ่งสิ่งภายใต้ท้องนภา~
ถ้าสมมติว่าไอดอลกลายเป็นเพียงแค่นักเรียนมอปลายธรรมดาๆล่ะ!? “อีกหนึ่งสิ่งภายใต้ท้องนภา” ที่กล่าวมาในข้างต้นนั้นจะเป็นเรื่องราวความรักชวนหัวใจเต้นแรงที่เขียนถึงไอดอลล่ะ!และในเดือนนี้นากาจิม่ายูโตะจะปรากฎตัวในเรื่องนี้ด้วยรอยยิ้มที่แจ่มใสล่ะ
YUTO NAKAJIMA STORY
เสียงที่ดังก้องกังวานอยู่ในหัวใจ
STORY】นากาจิม่ายูโตะแอบมองไปทางห้องดนตรีรู้สึกขึ้นมาว่า 「—- ทำไมกัน?」ในหัวขาวโพลนไปหมด เขามีผู้หญิงที่รู้สึกสนใจอยู่ เธอทั้งนิสัยดี และเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่อยู่ชมรมเครื่องเป่าและเครื่องดนตรีด้วยเหมือนกัน  แต่ทว่าตอนนี้เธอดันอยู่กับผู้ชายที่อยู่ห้องข้างๆด้วยกันสองต่อสอง เพราะเห็นดีดเปียโนให้ฟัง ทั้งๆที่เราเองก็เข้าใกล้เธอโดยพยายามรักษาระยะห่างอันคลุมเครือนี้เอาไว้ได้อย่างระมัดระวังจนถึงวันนี้แล้วแท้ๆ! 「จะทำยังไงดี?」คนที่เขาจะปรึกษาก็คือ รุ่นพี่ที่พึ่งพาได้・ยาบุโคตะ เพราะรอยยิ้มและกำลังใจที่ยาบุมอบให้ ความกล้าในตัวเขาจึงค่อยๆก่อตัวขึ้นมาได้บ้าง…
 

 

     ในช่วงวินาทีนั้น ในหัวของผมก็ขาวโพลนไปหมด
     ตอนที่ผมไปห้องดนตรีเพื่อทำธุระของกิจกรรมชุมนุม ผมก็เห็นเธอกำลังเล่นเปียโนให้หมอนั่นที่เรียนอยู่ห้องข้างๆฟังอยู่
    (—– ทำไมกัน?)
     ทั้งๆที่ผมเองก็ยังไม่เคยได้ฟังเสียงเปียโนที่เธอเล่นให้ฟังแบบตัวต่อตัวเลยสักครั้ง
     เธอ—– อะริกะมิโฮะ กลับมาที่ห้องเรียนก่อนหน้าที่คาบเรียนในช่วงบ่ายจะเริ่มขึ้น พออีกฝ่ายเริ่มหยิบตำราเรียนออกมาจากที่นั่งข้างๆ ผมก็เริ่มพูดเข้าเรื่องโดยที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เท่าที่ตัวเองจะทำได้
「เห็นเธออยู่ที่ห้องดนตรีด้วยน่ะ」
     พอพูดออกไปปุ๊บเธอก็หัวเราะออกมาเบาๆ
「อ๋ออ…มันเป็นเพลงที่จะเล่นในคราวหน้า ก็เลยไปซ้อมนิดๆหน่อยๆน่ะ」
     เธอพูดแค่นั้น จากนั้นก็หยิบสมุดโน้ตออกมาจากกระเป๋า
     ผมจากด้านข้างร่วงหล่นลงมาจากหางม้าที่มัดเอาไว้หลวมๆ เผยให้เห็นใบหน้าอันเรียวเล็กงดงาม ผมไม่รู้สึกว่าเธอแต่งหน้าเลย แต่เท่านี้เธอก็น่ารักมากพอแล้ว
     ใช่แล้ว เธอน่ารัก เพราะฉะนั้นแล้วผมถึงได้รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา
     ที่บอกว่า『นิดๆหน่อย』  นี่มันคืออะไรกัน? ช่วงนี้รู้สึกว่าจะคุยกับหมอนั่นหน้าเดิมเป็นประจำเลยนะ ทำไมล่ะ?
     ผมมีคำถามมากมายที่อยากจะซักถามเธอ แต่ก็เก็บงำคำถามเหล่านั้นเอาไว้และส่งเสียงพูดออกมาอย่างสดใสร่าเริงว่า
「เพลงใหม่นี่ดีจังเน้ออ ครั้งถัดไปจะเล่นเพลงอะไรหรอ?」
「เอ่อคือว่านะ  เพลง ของซาตี* 『tefukarinofega』กับ 『kinnikutekina gensoukyoku*』
「ฮะ?」
     ใบหน้าที่งุนงงของผมเป็นไปตามที่คาดเอาไว้เธอจึงหัวเราะออกมา
「เป็นชื่อเพลงที่วิเศษไปเลยใช่มั้ยล่ะ?」
「มันคือเพลงอะไรกันน่ะ อยากลองฟังดูขึ้นมาเลยอ่ะ!」
「ซาตีน่ะมีเพลงที่ชื่อแปลกๆเยอะแยะเลยล่ะ อย่างเช่นชื่อ『ลืมตาข้างเดียวประโคมเล่นเพลงเดี่ยวแฟนแฟร์เพื่อให้ราชาลิงผู้หลับใหลเป็นอาจิณจนตัวอ้วนบวมฉุลืมตาตื่นขึ้น*』เป็นต้นน่ะ  」
「ชื่อแปลก! แถมชื่อเพลงก็ยาวมากอีก! 」
「แต่ก็รู้สึกสนใจขึ้นมาใช่มั้ย? ตอนนี้ฉันกำลังหาโน้ตเพลงเพลงนี้อยู่ล่ะ」
     ผมจดจำเสียงหัวเราะที่ไร้เดียงสาบวกกับถ้อยคำที่ไหลพรั่งพรูออกมาจากเธอไว้ในหัวของผม เธอกำลังอยากได้โน้ตเพลงอยู่ ของซาตี…แล้วก็อะไรนะ? เพลงที่มีชื่อเพลงทำนองราชาลิง เดี๋ยวไปหาข้อมูลนี้ในเนตดูดีกว่า!
     …แล้ว ที่บอกว่าเป็นเพลงที่จะนำไปเล่นในคราวหน้า มันเกี่ยวอะไรกับภาพบรรยากาศเมื่อครู่นี้กันล่ะ?
     เมื่อผมย้อนกลับไปสู่ข้อสงสัยในตอนแรก ภายในอกของผมก็รู้สึกคาใจขึ้นมาอีกครั้ง
   (อืออ ค้างคาใจจังงง …)
     เธอเริ่มเรียนเปียโนเองอย่างจริงจังตั้งแต่ยังเล็กๆ เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงทำเป็นเหมือนสนใจในเรื่องเพลงคลาสสิกโดยการเข้าไปถามเธอในหลายๆเรื่อง เช็คดู CD ที่เธอชอบ และเข้าไปพูดคุยกับเธออยู่บ่อยๆ
     ผมเองก็อยู่ชมรมเครื่องเป่า แล้วก็ชอบดนตรีด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรื่องที่พูดคุยก็เลยเข้ากันได้ อีกทั้งผมก็คิดว่าการโต้ตอบของเธอก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรด้วย —– แต่ว่า
    (ที่คิดว่า รู้สึกดีไม่ได้เลวร้ายอะไรนี่ อาจจะมีแค่ผมคนเดียวที่เคยคิดอะไรแบบนี้มาก่อนหรือเปล่านะ…?
「—– แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอย่างนั้นเลยเสียทีเดียวหรอก」
「โอ้ยย ยังไงเรื่องนั้นก็รู้สึกตงิดใจอยู่ดีนา 」
     ยาบุคุงที่กำลังมุ่งหน้าไปฝึกซ้อมที่ชมรมฟุตบอล หยุดฝีเท้าและหันหลังกลับมา
「แล้วไงต่อๆ?」
     ยาบุคุงเป็นรุ่นพี่สมัยมอต้น เขาเป็นคนที่มีนิสัยที่เป็นกันเอง และพึ่งพาได้ เพราะฉะนั้นแล้วเขาจึงโด่งดังเป็นที่รู้จักในหมู่รุ่นน้อง ทั้งที่ตอนนี้เองก็กำลังเข้าใกล้ช่วงเวลาเข้าชมรมแล้วแท้ๆ เขาก็ยังคอยฟังเรื่องราวที่ผมพูดโดยที่ไม่ทำสีหน้าไม่พอใจเลยสักครั้ง
「ผมควรจะทำอย่างไรดี…」
     เพราะผมคิดอะไรมากจนเกินไป จนพลอยทำให้ตัวเองต้องจมปลักอยู่ในสภาพความรู้สึกที่เลวร้ายทีไร ยาบุคุงก็จะเข้ามาโอบบ่าปลอบประโลมผมราวกับจะสื่อคำพูดออกมาว่า「หน่าๆ」
「มันยังไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีหวังสักหน่อยนี่นา」
「แต่รุ่นพี่คิดว่า เธอจะไปเล่นเปียโนกับใครที่ไม่ได้คิดอะไรด้วยกันสองต่อสองมั้ยล่ะ?」
     มันก็ไม่แน่เสมอไปว่าความรู้สึกนั้นจะเป็นความรู้สึกที่เรียกว่าชอบเลยเสียทีเดียว แต่ผมคิดว่าถ้าพยายามแล้วล่ะก็มันก็มีโอกาสที่เรื่องนั้นจะเป็นไปได้ได้ด้วย
     เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงเริ่มแสดงความรู้สึกต่อเธอ ระหว่างนั้นผมก็จะระมัดระวังไม่ยัดเยียดความรู้สึกจนเกินไป พร้อมๆกับเฝ้าคาดหวังไปด้วยว่าเธอจะรู้สึกตัวขึ้นมาจริงๆเมื่อไหร่
「คิดว่าดีเลยนะ? ก็มันไม่มีวิธีอะไรอื่นอีกแล้วนี่」
     พอฟังเรื่องที่พูดปุ๊บ ยาบุคุงก็ลูบหัวของผมไปมาทั้งๆที่ยังวางแขนอยู่บนบ่าของผมอยู่
「เรื่องเปียโนน่ะ มันก็อาจจะมีเหตุการณ์อะไรสักอย่างเกิดขึ้นก็ได้ ลองไปถามดูก็ไม่เห็นเสียหายอะไรเลยนี่」
「อื้ม ก็คงจะเป็นอย่างนั้นสินะ…」
     แต่ว่า—– แต่ว่าถ้าเธอบอกว่าเรื่องนั้นคือ เธอชอบหมอนั่นขึ้นมาแล้วล่ะก็ ผมคงจะต้องเศร้าอย่างแน่นอน
     ความรู้สึกขุ่นเคืองและคาใจที่สุมอยู่ในอกของผมนั้นเหมือนกับหมอกควันที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังคงลอยคละคลุ้งไปทั่วอยู่ตลอดเวลา และยังไม่ค่อยรู้สึกสดชื่นขึ้นมาสักเท่าไหร่เลย
     วันถัดมา พอผมไปที่ห้องเรียน เธอก็กำลังเขียนโน้ตเพลงอะไรสักอย่างอยู่บนที่นั่งของตัวเอง ผมนั่งคร่อมเก้าอี้ตัวข้างหน้า และเอาแขนวางบนพนักพิงของเก้าอี้
「นี่ๆ」
     ผมมองช้อนเธอจากด้านล่างขึ้นบน พอส่งเสียงเรียกเธอปุ๊บ เธอก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ตกอกตกใจ
「…อะไร?」
「ชั้นให้นี่ หาเจอมาในเนตน่ะ」
     ผมพูดพร้อมกับยื่นกระดาษA4ที่พับเป็นสี่ส่วนซ้อนๆกันหลายแผ่นให้ โน้ตเพลงที่เมื่อวานนี้เธอบอกว่ากำลังหามันอยู่ ตรงที่หัวข้อชื่อเพลงมันเปลี่ยนไปของซาตี พอเธอเปิดกระดาษนั้นดูปุ๊บก็พูดออกมาทันทีว่า
「จริงด้วยอ่ะะ!」
     ใบหน้าของเธอก็เปล่งประกายขึ้นมาทันใด
     (ไชโย เธอดีใจในสิ่งที่ผมทำแล้วว!)
     ผมจ้องมองรอยยิ้มของเธอใกล้ๆไปพร้อมๆกับเพลิดเพลินในการนึกถึงสิ่งที่เป็นสุข
「จะเอาไปทำอะไรหรอ?」
「อืมมม ประกวดดนตรี…อ๊ะ!」
     เธอร้องฮะและยกมือขึ้นปิดปากที่เผลอตอบคำถามของผมไปโดยไม่รู้ตัว
「อะไรหรอ?」
「เปล่าหรอก มันยังเป็นเรื่องที่ยังพูดออกมาไม่ได้น่ะ」
「ชั้นไม่บอกใครหรอกนะ」
     พอผมให้สัญญาปุ๊บ เธอก็ถอนหายใจออกมา
「ก็ซุซุกิคุงที่อยู่ห้องข้างๆน่ะ มาบอกฉันว่าอยากให้ฉันออกงานประกวดดนตรีในครั้งนี้ด้วยกันน่ะสิ」
「เอ๊ะ?」
「คนๆนั้นเล่นไวโอลินน่ะ เพราะอย่างนั้นแล้วเขาก็เลยบอกว่าอยากจะบรรเลงเพลง ไวโอลิน・โซนาต้ากับฉันน่ะ」
「ประกวดดนตรี…?」
「ตอนแรกฉันก็ปฏิเสธเขาไปอยู่หรอกนะ แต่ว่าไม่ว่ายังไงเขาก็อยากที่จะแสดงกับฉัน และมาขอร้องฉันหลายต่อหลายครั้ง เพราะอย่างนั้นแล้วเมื่อวานฉันก็เลยตอบ OK ไป」
     (เพราะเหตุนี้…)
     เพราะอย่างนั้นแล้วช่วงนี้ถึงได้คุยกันบ่อยอย่างนั้นหรอ ที่เล่นเปียโนเมื่อวานนี้ก็เพราะเรื่องนั้นเองหรอ?
     ปริศนาได้ถูกคลี่คลายลงราวกับฟ้าที่สดใสหลังเมฆหมอก เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูหลบๆซ่อนๆกับผมว่า
「แต่ว่าปิดเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับนะ?」
「ทำไมล่ะ?」
「มันน่าอายออกถ้าตกรอบคัดเลือก เพราะฉะนั้นแล้วอย่าพูดนะ ห้ามไปบอกต่อด้วยนะ…」
「ห๊ะ? ทำไมตอนนี้ถึงได้พูดอะไรที่ดูไม่มีความมั่นใจในตัวเองออกมาแบบนั้นกันฮะ?」
     พอผมพูดออกไปอย่างไม่เกรงใจ เธอก็หลุดหัวเราะพรืดออกมา
「นั่นสิเนอะ! ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน!」
     ผมหยักหน้าหงึกๆให้เธอ เรามองหน้ากันและหัวเราะออกมา
「แต่ก็ อย่างนั้นเองหรอ เรื่องเป็นอย่างนั้นเองหรอเนี่ยยย…」
     ในตอนนี้ผมรู้สึกโล่งอก และถอนหายใจออกมายาวๆ จากนั้นเธอก็เอียงคอสงสัยราวกับรู้สึกได้ถึงท่าทีนั้นของผม
「ขอโทษนะ? ฉันทำให้นายคิดอะไรที่มันทำให้รู้สึกไม่สบายใจรึเปล่า?」
     ท่าทางการพูดจาที่ดูเป็นห่วงแบบนั้น ผมคิดว่าเธอกำลังหมายถึงเรื่องนั้น
     (ถามอะไรแบบนี้น่ะมัน…)
     หรือว่า—– ผมปักใจในลางสังหรณ์ของตัวเอง และมองไปยังเธอ
「โคตรรรกลุ้มเลยอ่ะ คิดว่าไม่มีหวังแล้วเสียอีก」
     พอพูดจบ หน้าของเธอก็ค่อยๆแดงขึ้นมา เธอตอบผมออกมาอย่างกระวนกระวายว่า
「…ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะ?」
     อกของผมโลดเต้นกับคำตอบที่ลึกซึ้งของเธอ จริงหรอ? … หัวใจของผมเริ่มเต้นรัวแรงเมื่อคาดฝันเพ้อไปไกล
「ถ้างั้นฟังคำขอของชั้นอย่าง 1 ได้มั้ย?」
     ตอนนี้ผมสามารถพูดเข้าเรื่องได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในเรื่องที่ไม่ว่ายังไงก็พูดไม่ออกจนถึงเมื่อกี้นี้ 「อะไรหรอ?」ผมกระซิบบอกที่หูของเธอที่โน้มตัวมาข้างหน้าอย่างใคร่รู้ด้วยความดีอกดีใจ
「หลังจากนี้ไป เล่นเปียโนเพื่อชั้นด้วยนะ?」
     เธอยิ้มตอบคำถามของผมด้วยรอยยิ้มที่พิเศษและสดใสมากกว่าตอนที่ผมให้โน้ตเพลงเธอเสียอีก
    

 

(จบ)

 

STORY BY ฮิซุคิ ยู

 

เกิดที่จังหวัดคานากาว่า วันที่ 6เดือน2  เปิดตัวด้วยการได้รับรางวัลชนะเลิศ “รางวัลยอดเยี่ยมโรมัน ปี2007” เรื่อง『kimi no iru basho/REALXFAKE』  (งานkoborutobunko・ของshueisha) มีผลงานฉบับล่าสุดคือ 『Daiouyakezama no hanayome sagashi / saikyouno nekokaburi,arawaru! 』 ติดตามข้อมูลข่าวสารการทำงานและอื่นๆได้ที่ บล็อกหลักที่จะอัพเดตข้อมูลใหม่ล่าสุดได้ที่ → http://hizuki2007.blog.fc2.com/

YUTO NAKAJIMA
นากาจิม่า ยูโตะ
 
★ดีจังเลยยย! ตรงกับความคาดหวังของผมที่ได้รีเควสขอไปว่า “เรื่องราวแบบนี้ก็ดีนะ” เลย เป็นผู้หญิงในอุดมคติของผม แถมยังมีจุดลงเอยที่ “ความจริงแล้วก็มีความรู้สึกที่เหมือนกันทั้งคู่” การที่มองเห็นความเป็นไปได้ในเรื่องราวความรักนี่เป็นอะไรที่ดีมากๆ มีความรู้สึกที่ใจเต้นแรงอีกด้วย เยี่ยมยอดไปเลย รู้สึกพอใจมากเลย! ผมคิดว่าตำแหน่งในเรื่องนี้ของยาบุคุงเองก็ดีด้วยเหมือนกัน และตัวตนของผมในนวนิยายเองก็ดูเป็นตัวของผมมากๆเลย ทั้งจุดที่คิดอะไรมากจนเกินไปจนไปปรึกษาเรื่องนี้กับยาบุคุง… ผมยังไม่เคยปรึกษาเขาเรื่องความรักนะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เวลาที่ผมรู้สึกทุกข์ใจขึ้นมาว่า “เรื่องนี้จะทำยังไงดี” ผมก็จะปรึกษาเขานะ แล้วยาบุคุงก็จะพูดออกมาว่า “ก็นะ มันก็ต้องมีช่วงเวลานั้นบ้างล่ะนะ” กับผม จากนั้นผมก็จะรู้สึกสบายใจขึ้นมาในทันทีเลยว่า “นั่นสินะ” ล่ะ ผมรู้สึกชอบและสนใจนวนิยายเรื่องนี้เพราะฉะนั้นแล้วเลยรู้สึกอยากที่จะอ่านตอนต่อไปจัง! จะแข่งกันกับยาบุคุงหรอ!? เรื่องนั้นไม่เอาด้วยหรอนะ!(หัวเราะ)

 

 

KOTA YABU

ยาบุ โคตะ
★ผมเองก็เคยอยากมีชีวิตวัยรุ่นแบบนี้เลยล่ะ! พูดถึงผู้หญิงที่เล่นเปียโนนี่ดีจังเลยเนอะ พอผมคิดว่าตัวเองจะได้เป็นตัวเอกของเรื่องในตอนแรกปุ๊บ ตัวเองก็ได้ออกมาในฐานะรุ่นพี่ในชมรมฟุตบอลในช่วงกลางๆเรื่อง ผมก็รู้สึกขึ้นมาเลยว่า “นี่เราไม่ใช่พระเอกสักหน่อยนี่หว่า! ไม่เห็นมีอะไรเชื่อมโยงกับผู้หญิงคนนี้เลย!” ล่ะ(หัวเราะ) ผมไม่ค่อยได้อ่านนวนิยายรักสักเท่าไหร่เพราะอย่างนั้นแล้วก็เลยกลายเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ไปเลยล่ะ คาแรกเตอร์ของผมหรอ? คงจะเป็นคำแนะนำที่ “ลองคิดดูว่าตอนนี้ตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง” ล่ะนะ ยูโตะในนวนิยายที่พยายามหาโน้ตเพลง พยายามทำอย่างเต็มที่ น่ะผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมากเลยนะ แล้วคาแรกเตอร์นั้นของยูโตะเองก็สมกับเป็นเค้าเลยไม่ใช่หรอ? ตรงจุดที่มีความจริงจัง จุดที่พยายามทำให้ดีที่สุด หรือเผลอเข้าใจอะไรไปผิดๆ และมีความรู้สึกที่กังวลขึ้นมานี่ดูสมกับเป็นยูโตะมากเลย ตอนที่ผมได้เป็นพระเอกของเรื่องเองก็ถ้าเป็นเรื่องราวที่หวานอมเปรี้ยวแบบนี้ล่ะก็คงจะดีไม่น้อยเลยล่ะ!(หัวเราะ)
*เกร็ดความรู้เพิ่มเติม*
 
*Eric Satie ชื่อตามภาษาไทยในwiki เอริกซาตี เป็นคีตกวี นักเปียโน และนักประพันธุ์ชาวฝรั่งเศส
*筋肉的な幻想曲kinnikutekina gensoukyoku = แปลตรงตัวจะมีความหมายว่า เพลงที่บ่งบอกถึงความคลั่งไคล้หรือเพ้อฝันในกล้ามเนื้อ หรือมีกล้ามเนื้อที่ชวนฝัน
*ผลงานการประพันธุ์เพลงของ เอริกซาตีนั้นจะมีแต่ชื่อเพลงที่แปลกๆ ประหลาดๆ งงๆตีความหมายออกมาแล้วก็ยังยากที่จะเข้าใจ นักประพันธุ์เพลงคนนี้มีอารมณ์ขัน และชอบแต่งเพลงในเนื้อหาที่ประชดแดกดัน ปนอารมณ์ขันในแบบฉบับของเขา อาทิเช่นชื่อเรื่องของบทประพันธุ์ที่เขาเคยประพันธุ์ก็เคยตั้งชื่อว่า “ความทรงจำของคนที่เป็นโรคความจำเสื่อม” ซึ่งถูกตีพิมพ์ด้วย และบนกระดาษโน้ตที่เค้าเขียน ซึ่งแฝงอารมณ์ขันเอาไว้ เขาได้เขียนคำว่า Vivace (เล่นให้มีชีวิตชีวา) เป็น Vivache (วัวจงเจริญ) :ขอบคุณข้อมูลจาก wiki
คำที่แปลลงไปนั้น แปลแบบตรงตัว ซึ่งชื่อเพลงแบบเต็มๆเวอร์ชั่นญี่ปุ่นก็คือ いつも片目を開けて眠るよく肥った猿の王様を目覚めさせる為のファンファーレ itsumo katame wo akete numuru yokufutotta saru no ousama wo mezamesaseru tame fanfareที่แปลออกมาคือ ลืมตาข้างเดียวประโคมเล่นเพลงเดี่ยวแฟนแฟร์เพื่อให้ราชาลิงผู้หลับใหลเป็นอาจิณจนตัวอ้วนบวมฉุลืมตาตื่นขึ้น ในแบบที่เราเข้าใจ แต่เนื่องจากคีตกวีผู้นี้แต่งเพลงที่มีเนื้อเพลงและชื่อเพลงที่แปลกไม่เหมือนใคร จึงยากที่จะทำความเข้าใจว่าชื่อเพลงต้องการจะสื่อถึงอะไรกันแน่
屈託ない笑い声kutakunai waraigoe屈託ないkutakunai มีความหมายว่า ไร้เดียงสา ความใสซื่อ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม บริสุทธิ์ เมื่อนำมารวมกับคำว่า 笑い声waraigoe ซึ่งคำว่า goe (เมื่อนำมารวมกันส่วนใหญ่จะไม่อ่านว่า koe แต่จะเปลี่ยนเป็นเสียงขุ่น) คำนี้จึงมีความหมายว่า เสียงหัวเราะที่ไร้เดียงสา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม และเป็นเสียงหัวเราะที่หัวเราะออกมาจากใจจริงๆไม่ได้เสแสร้งทำเป็นหัวเราะ หรือว่ากันง่ายๆเลยก็คือเสียงหัวเราะที่ไร้เดียงสาเหมือนเด็กทารก คำนี้มีอีกแบบก็คือคำว่า 屈託のない笑顔kutakunonai egao ซึ่งมีความหมายถึง รอยยิ้มที่ใสซื่อบริสุทธิ์ไม่มีอะไรเจือปน ไม่ได้ปั้นแต่งขึ้นมา (ขอบคุณความหมายkutakunonai egaoจากyahoojapan)
สระเสียงขุ่นในภาษาญี่ปุ่น เราจะยกตัวอย่างขึ้นมาเช่นคำว่า けんかkenka ที่แปลว่าทะเลาะกัน เมื่อนำมารวมกับคำว่า 兄弟kyoudai,夫婦fuufu,親子oyako จะกลายเป็นเสียงขุ่นคือ げんかgenka แทน 兄弟げんかkyoudaigenka เป็นต้น ซึ่งการจะเติมแบบนี้นั้นใช้กับกรณีในครอบครัวเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การทะเลาะกันระหว่าง สามีภรรยา พี่น้อง พ่อแม่กับลูก เป็นต้น
ในนิยาย ได้ใช้ศัพท์คำนึงคือคำว่า もう立ち直れないmoutachinaorenai = ยืนหยัดขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้ ความรู้สึกที่โศกเศร้ากับเรื่องนั้นในช่วงระยะเวลานึงและไม่สามารถกลับมารู้สึกดีกับเรื่องเดิมได้ คำนี้นิยมใช้กับเรื่องราวของความรัก อย่างเช่นเวลาที่อกหักหรือถูกปฏิเสธมักจะใช้คำนี้ และมีความหมายแฝงคือลืมเรื่องเดิมไม่ได้ ทำใจไม่ได้ และความรู้สึกของเราก็ไม่ก้าวหน้า ไม่สามารถกลับไปเป็นดังเดิมได้ หรือจะใช้แค่ tachinaorenai เฉยๆก็ได้
คำว่า 晴れるhareru หลายคนส่วนใหญ่จะรู้จักในความหมาย อากาศปลอดโปร่ง,แจ่มใส แต่คำนี้สามารถใช้ได้กับความรู้สึกด้วยเหมือนกัน ถ้านำมาใช้แล้วจะเป็นภาษาที่ค่อนข้างสวย และนิยมใช้ในนวนิยายหรือบทเพลง อย่างเช่นในเนื้อเพลงในเพลง haina ของ NYC ท่อน  心も晴れにしようkokoromo harenishiyou (มาทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสกันเถอะ หรือ แล้วใจก็จะปลอดโปร่งไปได้เอง) คำว่า hareru จึงแทนความรู้สึกหรือจิตใจที่สดใส ร่าเริง เหมือนท้องฟ้าที่แจ่มใสไร้เมฆฝนได้ด้วยนั่นเอง
ここんとこkokonntoko = วันนี้ ช่วงเวลานี้ ระยะหลังๆมานี้ ช่วงนี้ (มีความหมายเหมือนกับคำว่า 最近saikin このところkonotokoro ฯลฯ)
วีนัส : อ๊ายยย ชอบจังนิยายรักอะไรที่จบแบบนี้ >_< น่าร้ากก เป็นยูโตะในอีกคาแรคเตอร์นึงที่เราก็เคยคิดอยากที่จะแต่งด้วยเหมือนกัน ><  แต่การแปลนวนิยายนี่เป็นอะไรที่ยากจริงๆT^T ประโยคนึงต้องใช้เวลารวบรวมคำพูดให้สละสลวย แล้วก็ขัดเกลาคำพูด ยากต่างจากเวลาที่แปลบทสนทนาในนิตยสารเลย ถ้าแปลผิดตรงไหนช่วยทักท้วงด้วยนะคะToT
ช่วงนี้จะเริ่มกลับมาทยอยแปลทรานซ์แล้วนะคะ เพราะฉะนั้นแล้วติดตามบ้านได้เรื่อยๆเลยน้า ^-^ จะทำอะไรออกมาแบ่งปันทุกๆคนเรื่อยๆเลยจ้า~♥  เป็นทรานซ์ที่ยาวแถมยังมีความรู้เพิ่มเติมยาวเฟื้อยเลย ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ ^-^
PS. ช็อตโฮกในนิยายทุกคนว่าช็อตไหนเอ่ย? สำหรับเราชอบช็อตที่ยูโตะนั่งคร่อมเก้าอี้แล้วเอามือเท้าพนักเก้าอี้มาก อ๊ายยย>< เห็นภาพ

Cr:All hey say jump

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s